Ad-mission 55

posted on 08 May 2012 10:55 by allyafern in Diary

หลังจากประกาศผลAdmission

                สิ่งที่ได้เรียนรู้

-          การเป็นเด็กที่เลือกรับตรงทั้งๆที่รู้ว่าตัวเองแอดไหวนี่ก็น่าร้องไห้อยู่เหมือนกัน

-          แต่ถึงอย่างนั้น ถึงคะแนนมันเป็นแถบสูงสุดของอักษรที่หนึ่ง แต่กลับห่างไกลกับต่ำสุดอักษรที่หนึ่งลิบลิ่ว T^T

-          แต่ถ้าเป็นอักษร ก็ยังอยากเรียนที่ตัวเองเอื้อมไม่ถึงอยู่ดี ไม่ใช่อีกที่ไม่ดี แต่เพราะสาขาที่อยากเรียนอยู่ที่นี่ ^ ^

-          คะแนนต่ำสุดของปีที่แล้ว ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นคะแนนต่ำสุดของปีนี้ซะหน่อย

-          ถ้าไม่ใช่สถาปัตย์ลาดกระบัง และหมอ โอกาสครั้งที่สองมีเสมอ  อดทนรอมันไหวรึเปล่า?

 

 

กับพ่อแม่

 

-          ถึงครอบครัวเราจะเป็นความสัมพันธ์ที่ชัดเจนแต่ซับซ้อน แต่เฟิร์นรู้ ว่าทุกคนเป็นห่วง และกังวลกับอนาคตเฟิร์นแค่ไหน

-          ถึงแม่จะไม่สนับสนุนในคณะที่เฟิร์นฝันไว้ แต่แม่ก็ไม่เคยหยุดซัพพอร์ต (แม้จะคอยพูดตัดกำลังใจ เพราะไม่อยากให้เวลาผิดหวังแล้วเจ็บหนัก แต่แม่คงไม่รู้ เจ็บที่สุดตอนที่แม่พูดนี่หล่ะ ถ้าความเสียใจเป็นกราฟเอ็กซ์โป สอบไม่ติดคงเป็นฐานระหว่างศูนย์กับหนึ่ง นานๆไป ก็คงหาย แต่คำพูดที่ออกจะทำร้ายจิตใจ แบบนั้นฐานมันเกินหนึ่ง)

-          พ่อเหมือนจินนี่ ยักษ์ที่ออกมาจากตะเกียงแก้วเวลาอยากให้พร  แต่เวลาไปวัดนอกจากไหว้พระ ขอสติ ความสงบ และความเข้มแข็งแล้ว เฟิร์นเองก็ไม่เคยขอสิ่งอื่นใด 

-          แต่ถ้าจะมีสักข้อที่เฟิร์นจะขอจากพ่อ เชื่อในตัวเฟิร์น แล้วก็รอดูผลลัพธ์ก็พอ ถึงคำตอบมันอาจจะไม่ถูกใจ แต่อย่างน้อยมันก็เป็นคำตอบที่เฟิร์นหามันมาได้ด้วยตัวเอง ^ ^

-          พรข้อบนอาจต้องขอจากแม่เหมือนกัน แต่ขอน้อยหน่อยไม่ใช่เพราะอยากให้แม่คอยกังวลใจ แต่เพราะถึงแม่จะเชื่อในตัวเฟิร์น แม่ก็ยังคงกังวลถึงผลลัพธ์ที่จะออกมา

-          ขอแค่แม่อย่าเหนื่อย ก็พอ ^ ^ เพราะเวลาแม่บอกว่าเหนื่อย มันทำเฟิร์นอยากทิ้งทุกอย่างจริงๆ

 

ตัวเฟิร์นเอง

-          ถึงจะมีเรื่องกดดันรอบตัวมากมาย แต่สุดท้ายแล้ว คนที่ตัดสินใจ คือตัวเฟิร์นเอง

-          หนักแน่น ซื่อสัตย์กับตัวเอง คิดให้ดีๆ และรอ เป็นเรื่องที่เฟิร์นต้องมีให้มากขึ้น

-          เหตุผลของจุดๆหนึ่ง พอผ่านมันมาถึงอีกจุดๆหนึ่ง ก็ดูจะไม่มีความหมายแล้ว

-          แต่ถึงจะดูไม่มีความหมาย ความสำคัญก็ไม่ได้ลดน้อยลง

-          ถึงตอนนี้ ถึงเฟิร์นรู้แล้วว่าตัวเองอยู่ตรงไหน ทำอะไรก็ได้

-          แต่เฟิร์นก็ยังเคว้ง ไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร ^_^  

-          แต่ถึงเฟิร์นจะยังตอบตัวเองไม่ได้ ว่าจริงๆแล้ว เฟิร์นอยากเรียนคณะอะไร

-          แต่เฟิร์นตอบตัวเองได้นะ ว่าเฟิร์นอยากรู้ เรื่องอะไร  ^ ^

-          บางทีคำว่าคณะ มันอาจจะแคบ แล้วก็กว้างไป

-          คำว่าวิชา อาจจะเป็นอะไรที่ตรงตัว แล้วก็พอดีที่สุดก็ได้

 

 

               

 

 

 

 

edit @ 8 May 2012 10:55:47 by Fernall

edit @ 8 May 2012 11:17:22 by Fernall

Comment

Comment:

Tweet

เด็กแอดรุ่น 55เหมือนกันค่ะ
อ่านแล้วเข้าใจเลยค่ะ สำหรับตัวเราไม่ได้ต้องการอะไรจากพ่อแม่เลยนอกจากความเชื่อมั่นและศรัทธาในสิ่งที่เราทำ และเราก็โชคดีมากก ที่พ่อแม่เราเป็นตามนั้นbig smile big smile

ยินดีด้วยนะคะbig smile big smile

#1 By Dreamer on 2012-05-08 12:15