learn

 

สอบเสร็จแล้วหนึ่งวัน มีเวลาให้ฟุ้งซ่านนิดหน่อย

เมื่อวานไปติวชีวะให้เพื่อนมา....

รู้สึกได้ชัดเจนว่า ตัวเองอ่านหนังสือออกเสียงแล้วก็สอนเพื่อนโดยใช้คำพูดได้แย่มาก

เหมือนแบบ สอนไปแล้วทำเพื่อนงงกว่าเดิม ตัวเองก็งงด้วย แต่ถ้าให้สรุปตามความเข้าใจก็โอเคนะ

รู้สึกว่า ติวคณิตง่ายกว่า แต่ว่า... คณิตม.ปลายเฟิร์นเองก็ใช่ว่าจะเข้าใจหลักการมากสักเท่าไหร่

 ตอนนี้ก็เลย งดรับติว 555+ เอาตัวเองให้รอด

เหมือนบางทีก็อยากช่วยเพื่อน แต่ตัวเองก็ยังไม่ค่อยจะไหว

   

ช่วงนี้อ่านหนังสืออยู่เล่มหนึ่ง เป็นแนวรัฐศาสตร์ ประวัติศาสตร์ นิติศาสตร์  แล้วก็ทัศนคติ

มีบางตอน ที่อ่านแล้วให้ความรู้สึกเหมือนผู้เขียนกำลังเสียดสีระบบ และผู้มีอำนาจในขณะนั้น

ซึ่ง มันทำให้เฟิร์นเขว ว่าตกลงควรจะเชื่อดีมั้ย?  พูดเล่นหรือพูดจริง? หรือต้องการจะสื่อความอะไร?

บางทีเฟิร์นก็ตีความสิ่งอ่านได้ไม่ออก อ่านหนังสือไม่แตก (แต่หัวและสมองจะแตกเอา)

หนังสือพวกนี้ เข้าใจยากกว่านิยาย แต่ก็ไม่รู้ทำเหมือนกัน ที่ยังชอบอ่าน

เป็นช่วงๆละมั้ง?  ช่วงนี้บ้าแนวนี้ ต่อไปก็คงบ้าแนวนี้

ถามว่าหนังสือมีอิทธิพลต่อชีวิต ต่อความคิดมากมั้ย?

ส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยเท่าไหร่ โดยเฉพาะในส่วนที่เป็นความรู้สึกของผู้เขียน

เฟิร์นอาจจะไม่ค่อยคล้อยตามสักเท่าไหร่ ไม่รู้แฮะ เฟิร์นว่าคนเรามีความคิดความอ่านและความเชื่อที่แตกต่างกัน

และตัวเฟิร์นเองก็ไม่อยากโดนดึงไปทางนู้นทางนี้  สมมติถ้าให้เป็นต้นไม้

ก็ขอให้ล้มตายแต่ไม่ขอยอมเอนละ

แต่บางทีหนังสือบางเล่ม ก็ทำให้อยากเป็นนู่นอยากเป็นนี่

เหมือนอ่าน ปิโตรธิปไตย แล้วอยากเรียนเกี่ยวกับพลังงานทดแทน

อ่านล่าตำนานเลือดแล้วอยากเป็นนักประวัติศาสตร์

อ่าน บาทิสตา แล้ว อยากเป็น หมอศัลยกรรมทวงอก

ถามว่าเรียกว่าหนังสือมีอิทธิพลต่อความคิดมากมั้ย?

พอได้เขียนเปรียบเทียบ เฟิร์นก็รู้สึกว่า มันอยู่ที่เราจะเลือกรับเอาต่างหาก

เนอะ?